แผลเป็นนูน
เป็นแผลเป็นนูนที่ขา แผลเกิดจากอีสุกอีใสค่ะ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร มีวิธีรักษาให้หายเลยมั๊ยค่ะ? แล้วค่าใช้จ่ายคิดอย่างไรค่ะ?
คำถามที่:Q13947| จากคุณi(ce)-tim| 09/06/2555 00:00 น.

การรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับลักษณะและรายละเอียดของแผลที่เป็นด้วยค่ะ เช่น ขนาด, สี, ความแข็ง, ความนูน, ตำแหน่ง ซึ่งการรักษาก็มีตั้งแต่ยาทา, ยาฉีด, เลเซอร์, Scarless Technique หรือใช้การรักษาหลายๆ วิธีร่วมกัน  แผลเป็นนูนมีทั้งแผลเป็นนูน และแผลเป็นนูนชนิดคีลอยด์ ซึ่งสามารถรักษาได้ค่ะ ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดของแผลและเทคนิควิธีการรักษาแต่ละวิธี คงต้องแนะนำให้มาพบและปรึกษาคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจวินิจฉัยจากรอยแผลจริงจึงจะประเมินและวางแผนการรักษาให้ต่อไปค่ะ

ตอนนี้ราชเทวีคลินิกมีเทคนิควิธีรักษารอยแผลเป็นนูนชนิดคีลอยด์ด้วยเทคนิควิธีต่างๆ ดังนี้ค่ะ

1. ฉีดยา หากรักษาด้วยการฉีดยาเพื่อรักษาคีลอยด์ สามารถเข้ารับบริการได้ทุกสาขา อัตราค่าบริการอยู่ที่ 100 - 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของคีลอยด์และปริมาณยาที่ใช้ค่ะ 

2. SM  Technique  (Scar Modulation Technique) เป็นเทคนิคการปรับผิวและฟื้นฟูสภาพผิวให้เรียน เนียน  ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิว

3. SR Technique หรือ Scar Reconstruction Technique เป็นเทคนิคการผสมผสานวิธีการตกแต่งรอยแผลเป็นหลุม ให้เรียบเสมอใกล้เคียงผิวปกติ 

4. Scarless Technique ปัจจุบันนี้ราชเทวีคลินิกมีวิธีการรักษาคีลอยด์แบบใหม่ โดยใช้วิธี Scarless Technique เป็นการ Shave หรือใช้ CO2 LASER เป็นการทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูนออกให้เรียบ จากนั้นใช้ Scarless patch with Scarless solution ปิดบนแผลต่อ เพื่อหยุดการสร้างเนื้อเยื่อผิวใหม่บริเวณที่เคยเป็นคีลอยด์ โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 1 เดือน หลังรักษาด้วยวิธีนี้พบว่าผิวที่เคยเป็นคีลอยด์มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีก อัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 9,000.-  ขณะนี้มีให้บริการที่ Aesthetic Scar Center ศูนย์ดูแลรักษารอยแผลเป็นต่างๆ ทุกชนิด ซึ่งศูนย์นี้อยู่ในราชเทวีคลินิก สาขาเพลินจิต สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ราชเทวีคลินิก สาขาเพลินจิต โทร. 08 3555 0021

ในคนไข้บางรายอาจจะต้องใช้หลายๆ วิธีผสมผสานกันค่ะ ถ้าแผลไม่นูนมากอาจใช้เพียงการฉีดยาให้ยุบ วิธี Scarless Technique ไม่มีข้อห้าม แต่เหมาะกับแผลที่นูนมากๆ หรือใหญ่มากที่รักษาด้วยวิธีฉีดไม่ได้ค่ะ 

แนะนำให้มาพบและปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยจากรอยแผลจริงจึงจะประเมินและวางแผนการรักษาที่จำเป็นและเหมาะสมให้ต่อไปค่ะ ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ

ตอบโดย:ราชเทวีคลินิก| วันที่ 17/06/2555

จาก: 0 คน
VIEWS
1642