ผิวสุขภาพดีหรือไม่? เราตรวจดูได้จากชั้นหนังกำพร้า
วันที่ 29 พ.ค. 2567 | โดย ราชเทวีคลินิก
Epidermis-Triple S Test ผิวแห้ง

มาทำความรู้จักกับชั้นหนังกำพร้ากันหน่อยไหม? ชั้นผิวด้านบนสุดที่ปกคลุมร่างกายของเราทั่วทั้งร่างนี้มีพื้นที่ใหญ่มหาศาล และมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ


"ทาครีมให้ซึมลึกเข้าไปในชั้นผิว" เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำโฆษณาเหล่านี้มาหลายร้อยหลายพันครั้ง คำว่าซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวนี่คือซึมเข้าไปถึงไหนกันนะ?

คำตอบคือ ครีมที่ใช้บำรุงผิวหน้าและผิวกายส่วนใหญ่จะทำงานในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เพื่อช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื่นและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนใส สำหรับครีมที่สามารถซึมลึกลงไปถึงชั้นเดอร์มิส (Dermis) ได้นั้น ขึ้นอยู่กับส่วนผสมในครีมและความสามารถในการซึมผ่านของครีมเหล่านั้น เช่น เซรั่มที่มีโมเลกุลเล็กมาก หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยในการส่งผ่านสารเข้าสู่ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยศึกษาในเรื่องของชั้นหนังกำพร้าอย่างจริงจัง อาจจะคิดว่าซึมไปถึงชั้นนี้แล้วจะได้อะไร แล้วจะบำรุงผิวได้จริงหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วชั้นหนังกำพร้านี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการรักษาสุขภาพผิว และช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีและสดใสยิ่งขึ้น
 

ทำความรู้จักผิวชั้นหนังกำพร้ากันหน่อย


Article - Epidermis - Skin-Barrier
ผิวชั้นหนังกำพร้า หรือชั้นอีพิเดอมิส (Epidermis) เป็นผิวที่คลุมอยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง มีความหนาเฉลี่ยแค่ประมาณ 0.05-0.1 มิลลิเมตรเท่านั้น ผิวชั้นนี้ประกอบด้วยเซลล์ผิวหลายล้านเซลล์ยึดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ โดยสามารถแบ่งให้เห็นภาพง่ายๆ ได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้
  1. หนังกำพร้าส่วนบน (Upper Epidermis) ทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากการรบกวนระคายเคือง และช่วยรักษาความชุ่มชื้น
  2. หนังกำพร้าส่วนกลาง (Middle Epidermis) ทำหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงการยึดเกาะของเซลล์ผิวและสร้างสารช่วยรักษาความชุ่มชื้น (Natural Moisturizing Factors)
  3. หนังกำพร้าส่วนล่าง (Lower Epidermis) มีหน้าที่สร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์หนังกำพร้าที่หลุดลอกไปตามเวลา
ซึ่งเชลล์ในแต่ละส่วนต่างก็มีมีคุณสมบัติและหน้าที่ที่คล้ายกันและต่างกัน ร่วมกันทำให้ผิวหนังสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งผิวหนังที่สมบูรณ์แข็งแรงจะมีความนุ่มชุ่มชื้น เรียบลื่น เนียนสว่าง ผ่องใส และเปล่งปลั่งมีประกาย ในทางกลับกัน หากมีเซลล์ผิวในส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานผิวปรกติไป ก็จะส่งผลต่อผิวหนังทันที เช่น ผิวแห้ง ขาดความนุ่มเนียน หยาบกระด้าง หมองคล้ำ ไม่สดใส
 

ผิวหนังที่สมบูรณ์แข็งแรงมีคุณสมบัติดังนี้

  • นุ่มชุ่มชื้น (Soft and Moist) 
  • เรียบเนียนลื่น (Smooth and Silky)
  • ผ่องสว่างใส (Luminous, Glowing and Shining)
  • เปล่งปลั่งมีประกาย (Translucent and Radiant)
 

หากเซลผิวหนังส่วนใดๆ ไม่ปกติ ก็จะส่งผลต่อคุณสมบัติและหน้าที่ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ

  • ผิวแห้ง
  • ไม่นุ่ม 
  • หยาบกระด้าง 
  • หมองคล้ำ
  • ด้านไม่ใส 
 
ราชเทวีคลินิก

เจอปัญหาที่ต้นตอแก้ไขได้ทันที

แน่นอนว่าเมื่อผิวของเราเริ่มมีปัญหา มองเห็นความหมองคล้ำ เริ่มสัมผัสได้ถึงความแห้งกร้าน หากมองด้วยตาเปล่าแล้ว ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นที่ส่วนใด ผิวชั้นไหน เซลล์ผิวอะไรที่มีปัญหา

คอนเซปท์การแพทย์แม่นยำ จึงเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหานี้ โดยทำการทดสอบผิวที่เรียกว่า Triple S Test เข้ามาช่วย ซึ่งการทดสอบนี้ จะนำตัวอย่างผิวชั้นหนังกำพร้าของคุณ ไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าปัญหาเกิดจากที่ไหน และมีความเสียหายระดับใด การดูแลแก้ไขจึงสามารถทำได้รวดเร็วและตรงกับเหตุของปัญหา และเกิดประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาตามมาค่ะ
Tripple S Test ราชเทวีคลินิก

Triple S Test หรือ Smooth & Soft Skin Test เป็นวิธีการตรวจวัดผิวที่ราชเทวีคลินิกภูมิใจนำเสนอ เครื่องมือตัวนี้ทำให้เรารู้ถึงปัญหาที่แท้จริงของผิว และสามารถใช้วัดประสิทธิภาพในการรักษา ให้ลูกค้าสามารถติดตามผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้รับการดูแลแก้ไข

การเทสต์นี้จะทำให้คุณรู้ทันทีเลยว่า ผิวของคุณนั้นยังปรกติดีอยู่จริงหรือเปล่า โดยจะแบ่งระดับของผิวออกมาเป็นดังนี้ เริ่มจากระดับปรกติดี และผิดปรกติระดับ 1 / 2 / 3 / 4 และ 5

RC-Article-Smooth-Soft-Skin-Orthokeratosis-2.jpg
การผิดปรกติแต่ละระดับนั้นจะโชว์สภาพผิวของคุณเลย เช่น ถ้าตรวจออกมาคุณได้ ระดับ 2 หมายถึงผิวของคุณกำลังอยู่ในปัญหาใด ความรุนแรงแค่ไหน

เมื่อพบปัญหาแล้ว คุณหมอจะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละราย โดยจะมี ทรีทเมนท์กลุ่ม Epidermal Healing Code Series มาช่วยซ่อมแซมและปรับสมดุล คืนความชุ่มชื้น เรียบเนียน จบปัญหาความแห้งกร้านฝังลึกในแต่ละระดับปัญหา
 

การบำรุงผิวชั้นหนังกำพร้ามีประโยชน์ด้านใดบ้าง

  • เพิ่มความชุ่มชื้น การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน และป้องกันการลอกเป็นขุย
  • ป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น ชั้นหนังกำพร้าช่วยปกป้องไม่ให้ความชุ่มชื้นภายในผิวสูญเสียไป การบำรุงช่วยเสริมสร้างการทำงานของเกราะป้องกันผิว
  • ลดการอักเสบและระคายเคือง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารต้านการอักเสบ เช่น อโลเวร่า หรือสารสกัดจากพืช จะช่วยลดการระคายเคืองและอักเสบของผิว
  • ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ เช่น AHA หรือกรดซาลิไซลิก BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น
  • ป้องกันการเกิดสิว การบำรุงชั้นหนังกำพร้าช่วยควบคุมการผลิตน้ำมัน ลดการอุดตันของรูขุมขน และป้องกันการเกิดสิว
  • ปกป้องจากแสงแดด การใช้ครีมกันแดดช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว การบำรุงอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างและรักษาเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและทนทานต่อมลภาวะภายนอก

การบำรุงผิวชั้นหนังกำพร้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพผิว และช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีและสดใสยิ่งขึ้น

 
คัดลอกแล้ว
จาก 2 คน
VIEWS
177
TAGS: