antalya escort
finanstakip.net
vdcasino
pendik escort
gaziantep escort
turk porno
สิวอุดตันและสิวอักเสบชนิดต่างๆ
วันที่ 21 ม.ค. 2554 | โดย RCSkinClinic Administrator

ใครเป็นสิวบ้างยกมือขึ้น (พรึ่บ!!) ไม่ต้องอายค่ะ ใครๆ ก็เป็นสิวกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกับวัยรุ่นวัยทีนทั้งหลายแหล่ ที่สิวมาเยือนเหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันยังไงยังงั้น แต่เคยสังเกตกันบ้างไหมล่ะว่าสิวที่ตัวเองเป็นนั้น มันเป็นสิวแบบไหน เกิดขึ้นมาจากอะไร เพื่อที่จะได้หาวิธีป้องกันรักษาให้ถูกวิธี

1. สิวอุดตัน (Comedone)
สิวชนิดนี้เป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ ที่เกิดบริเวณผิวหน้าของเรา โดยมากจะเป็นชนิด สิวหัวขาว บางครั้งก็พบลักษณะมีจุดดำตรงกลาง เรียกสิวหัวดำ จึงเห็นได้ว่า สิวอุดตันชนิดนี้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ

  • สิวหัวเปิด(Open comedone) หรือ สิวหัวดำ (Black head) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร และสังเกตดีๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว, ไขมัน, และเชื้อ P.acnes อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน
  • สิวหัวปิด (Closed comedone ) หรือ สิวหัวขาว (White head ) เป็นตุ่มนูนเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวประเภทนี้เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและขุมขน (Pilosebaceous unit) แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวหัวปิดขนาดใหญ่ อาจจะคงอยู่ได้ นานหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ

นอกจากนี้ยังอาจแบ่งสิวอุดตันได้อีกชนิดหนึ่ง คือ สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) จากการตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ของผิวในบริเวณที่ดูปกติ ในบุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดสิว พบ Microcomedone ได้ 28% ข้อมูลดังกล่าวจึงสนับสนุนการใช้ยาทารักษาสิว แม้ในบริเวณที่ยังไม่มีสิวให้เห็น


2. สิวอักเสบ (Inflammatory acne)
สิวประเภทนี้เป็นการอักเสบของเม็ดอุดตัน โดยมีลักษณะเป็นเม็ดบวมแดง บางครั้งเป็นหัวหนอง หรืออาจจะกลายเป็นถุงซีสต์ ที่เรียกว่า "สิวหัวช้าง" โดยสิวอักเสบ สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดด้วยกัน นั่นคือ

  • สิว ชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) มีขนาดแตกต่างกันออกไป ร้อยละ 50 ของสิวชนิดนี้เกิดจากสิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (microcomedone), 25% เกิดจากสิวหัวปิด และอีก 25% เกิดจากสิวหัวเปิด
  • สิวหนอง (Pustule) มีได้หลายขนาด อาจตื้น หรือ ลึกก็ได้ ถ้าเป็นสิวหนองชนิดตื้นจะหายได้เร็วกว่าชนิดที่เป็นตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) ส่วนสิวหนองชนิดลึกมักจะพบน้อยกว่า และพบในผู้ที่เป็นสิวค่อนข้างรุนแรง โดยเริ่มมาจากตุ่มนูนแดงแข็งก่อน อาจเป็นอยู่ได้นานมากกว่า 7 วัน มักมีอาการเจ็บร่วมด้วย และใช้เวลาในการหายประมาณ 2-6 สัปดาห์
  • สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule) มักมีขนาดตั้งแต่ 8 มม. ขึ้นไป อาจใช้เวลาในการหายถึง 8 สัปดาห์ และมักจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นตามมาได้
  • สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) พบได้ไม่บ่อย มักมีขนาดใหญ่ได้หลายเซนติเมตร ภายในบรรจุหนองหรือสารเหลวคล้ายเนย รอยโรคอาจรวมกันเป็นสิวขนาดใหญ่มากๆ ได้ สิวลักษณะนี้มักจะก่อให้เกิดรอยแผลเป็นเสมอ
  • สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) สิวประเภทนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยเลยค่ะ โดยเฉพาะ บริเวณจมูก, คาง, ลำตัวส่วนบน, ต้นแขน และหลังบริเวณระหว่างกระดูกสะบัก ถึงเราจะเรียกว่าเป็นสิวเสี้ยน แต่จริงๆ แล้วทางการแพทย์ไม่จัดว่าสิวเสี้ยน เป็นสิวนะค่ะ เพียงแต่ว่าเนื่องจากบริเวณที่พบสิวเสี้ยนเป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่พบสิวโดยทั่วไป และก่อปัญหาทางด้านความงามได้พอๆ กับสิวแท้

โดยความจริงแล้ว สิวเสี้ยน นั่นก็คือ กลุ่มของขนอ่อน (Vellus hair) หลายๆ เส้นที่สะสมอุดตันอยู่ในรูขุมขน เห็นเป็นขนแหลมๆ สีดำ ยื่นออกมาจากรูขุมขน ในบริเวณดังที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนกลไกของการเกิดจริงๆ นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดค่ะ แต่ที่อาจเป็นไปได้ คือ มีการหนาตัวของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าที่มากขึ้น จนมาปิดกั้นรูขุมขน ทำให้ขนที่สร้างขึ้นไม่สามารถหลุดออกไปได้

ยกตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตัน เช่น จากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ หรือความผิดปกติของสมดุลกรด-ด่าง ในร่างกาย เช่น ที่พบในผู้ป่วยไตวาย ส่วนจากปัจจัยภายนอก ก็อย่างเช่น การใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างสูง ทำให้ผิวระคายเคือง, การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Paraffin, การสัมผัสกับฝุ่น สารประเภทไฮโดรคาร์บอน หรือน้ำมันในอุตสาหกรรมบางประเภท และมีบางการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างสิวเสี้ยน กับเชื้อ Propionibacterium acnes และ Pityrosporum spp. ซึ่งเป็นเชื้อที่สัมพันธ์กับสิวแท้ด้วย

จาก 4 คน
VIEWS
60432
TAGS: