Register | Personal profile | Tell a friend | What's new | Contact Us | Help 
RC Logo


   ราชเทวีคลินิกใช้ CO2 Laser ในการรักษาสิวแนวใหม่
โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์
   เปิดผลวิจัย "เลเซอร์เสริมยา" รักษาสิว
โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์
   งานวิจัย CO2 Laser รักษาสิว เป็นที่ยอมรับระดับสากล
โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์
   ปริมาณครีมกันแดดกับการป้องกันรังสี
โดย นพ.ชวลิต ช่วงชัยชัชวาล
   เรื่องของอาหารกับการเกิดสิว
โดย นพ.ชวลิต ช่วงชัยชัชวาล


 
ราชเทวีคลินิกใช้ CO2 Laser ในการรักษาสิวแนวใหม่

ราชเทวีคลินิกได้เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 30 ปี เรียกได้ว่าเป็นคลินิกแรกที่มีสาขา เป็นผู้บุกเบิกเกี่ยวกับทางด้านผิวหนัง ความสวยความงาม ปัจจุบันได้ขยายสาขาไปทั่วประเทศ ในขณะนี้มีถึง 44 สาขา มีแพทย์กว่า 100 ท่าน งานที่ทางราชเทวีคลินิกทำอยู่นั้น นอกจากงานประจำ คือ งานบริการด้านการตรวจรักษาแล้ว อีกงานหนึ่งที่ทางราชเทวีคลินิกให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ งานด้านวิชาการ ที่เน้นอยู่ 2 ด้าน ด้านตัวแพทย์ที่ทำงานกับทางราชเทวีคลินิกนั้นจะต้องเข้ามาฝึกอบรมอย่างน้อย 2 ปีในเรื่องที่เกี่ยวกับผิวหนัง ทั้งด้านเกี่ยวกับโรคหรือเกี่ยวกับความสวยความงาม หลังจากนั้นจะให้มีการอบรมอย่างต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ อีกด้านหนึ่ง คือ งานวิจัย มีการศึกษาวิจัยควบคู่กับการให้บริการ ทางคลินิกจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับวิวัฒนาการใหม่ในการรักษาเพื่อให้ได้ผลดีในการรักษาผู้ป่วย ทำให้เกิดงานวิจัยมากมายกว่า 100 เรื่อง และประมาณ 70 เรื่องได้เผยแพร่ให้กับวงการแพทย์ภายนอก ในรูปของการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ และการนำเสนอในที่ประชุมวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปี 2551 นี้ก็เช่นเดียวกัน CO2 Laser ในการรักษาสิวก็เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าได้ผลดีจริงกับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ราชเทวีคลินิกได้นำเสนอในรูปของ Poster Presentation ที่ประชุมประจำปีของสมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกา หรือ AAD (American Academy of Dermatology) จากงานวิจัยทั้งหมดประมาณ 4,000 เรื่อง งานวิจัยของแพทย์ราชเทวีคลินิกได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 เรื่องที่น่าสนใจในหมวดเรื่องสิว ในรูปแบบ Poster Discussion

น.พ.สุเทพ จิระสุทัศน์ ผอ.ฝ่ายวิจัยราชเทวีคลินิก กล่าวว่า ในเรื่องของเลเซอร์นั้นไม่ใช่ของใหม่ มีการใช้กันมานาน แต่ในการนำเลเซอร์มารักษาสิวนั้น ยังไม่มีการนำมาใช้กันอย่างเป็นทางการ ปกติ การรักษาสิวนั้นก็คงจะยังต้องอาศัยการรักษาด้วยยาทา และยากินเป็นหลัก และนำเอาเลเซอร์มาเป็นตัวช่วย ในช่วงหลังนั้นพบว่ามีวิวัฒนาการในการรักษาสิวให้หายเร็วขึ้นด้วยวิธีต่างๆ แต่ต้องอาศัยเครื่องมือที่มีราคาแพง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว ในการรักษาด้วยเลเซอร์นั้นมีมานานแล้วอย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่ไม่มีคนเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์และไม่มีใครทำการศึกษาอย่างจริงจัง และให้ได้รับการยอมรับทางวิชาการ หรือพิสูจน์ว่ามันดีกว่าการกินยาหรือทานยาเพียงอย่างเดียว ที่กล่าวมานั้นก็เป็นที่มาของงานวิจัยดังกล่าว ในส่วนของความคาดหวังนั้นของงานวิจัยชิ้นนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ป่วย แล้วได้รับผลการรักษาที่ดีและเป็นที่พอใจของผู้ป่วย

พ.ญ.แววศิริ สรรพช่าง แพทย์ประจำราชเทวีคลินิก กล่าวถึงรายละเอียดในการรักษาดังกล่าวนี้ว่า CO2 Laser คือ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เลเซอร์ เป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่ง ที่มีความยาว 10,600 นาโนเมตร ซึ่งคาร์บอนไดอ็อกไซด์เลเซอร์เป็นสิ่งที่ใช้กันมานานแล้ว โดยจะใช้ในลักษณะของการกำจัดขี้แมลงวัน ดังนั้นจึงได้นำมาศึกษาวิจัยและนำมาใช้ในการรักษาสิว สำหรับในการศึกษาวิจัยนั้น เริ่มแรกเราได้กลับไปดูงานวิจัยเก่าๆ แล้วยังไม่พบว่ามีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงได้ทำการศึกษากับผู้ป่วย ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยต้องการพิสูจน์และศึกษาอย่างจริงจัง ในการศึกษาทดลองนั้นก็จะมีทั้งกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้เลเซอร์ร่วมกับการทานยา และทายาไปด้วย โดยใช้เลเซอร์เป็นตัวเสริมเพื่อที่จะดูว่าได้ผลดีจริงหรือไม่ จึงได้ทำการแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. รักษาด้วยวิธีทานยา ทายา และใช้เลเซอร์ในการรักษาด้วย
2. รักษาด้วยการทานยาและทายา โดยไม่ใช้เลเซอร์ในการรักษา

หลังจากนั้นก็จะนับเม็ดสิวและดูว่าหลังจากการรักษาแล้วจำนวนเม็ดสิวนั้นลดมากกว่ากันจริงหรือไม่ และเอามาเข้าสถิติดูว่ามีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่ ผลที่ได้รับก็พบว่ากลุ่มที่ใช้เลเซอร์ในการรักษาด้วยนั้นได้ผลดีกว่าการรักษาด้วยการทานยาและทายาเพียงอย่างเดียว สังเกตได้จากการดูเม็ดสิวที่อักเสบ และไม่อักเสบลดลงได้ดี เมื่อใช้เลเซอร์ควบคู่ไปกับการรักษาทั้ง 2 แบบ

ดังนั้น การรักษาด้วย CO2 Laser ร่วมกับการรักษาหลักนั้นได้ผลดีกับผู้ป่วยอย่างแน่นอน ในเรื่องของผลข้างเคียงของการรักษานั้น ก็จะเป็นในเรื่องของความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยที่พอทนได้ในขณะรักษาเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามการรักษาชนิดนี้ยังไปช่วยในการลดแผลเป็นที่เกิดจากสิวด้วย เพราะหากให้เกิดการอักเสบนานๆ เข้าก็อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นได้ การรักษาด้วยเลเซอร์ก็เหมือนกับเป็นการได้ระบายเอาหนองหรือสิ่งสกปรกออกมาหมด ทำให้การอักเสบจบแค่นั้น โอกาสที่จะเป็นแผลเป็นก็น้อยลง ดังนั้น ผลที่ได้ก็จะเป็นในเรื่องของการทำให้สิวได้หายเร็วขึ้น ลดอัตราเสี่ยงการเกิดแผลเป็น , ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบระยะยาว , ลดการกินยาเป็นเวลานาน , ลดผลข้างเคียงการกินยา เช่น เกิดการดื้อยา เป็นต้น ทั้งนี้แพทย์จะต้องดูความต้องการ และความคาดหวังของผู้ป่วยด้วยว่าต้องการที่จะรักษาแบบใด หากต้องการได้ผลเร็ว การรักษาด้วยเลเซอร์ก็จะได้ผลดีและเร็วอย่างที่ผู้ป่วยต้องการ

ในปัจจุบันนี้การแข่งขันนั้นมีมาก เนื่องจากมีเครื่องมือแพทย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแพทย์ก็ควรที่จะมีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่จะนำมาใช้ ควรมีการศึกษารองรับในการที่จะนำมารักษาให้ผู้ป่วยดีขึ้น เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยนั่นเอง


>>โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์

Go top
 


 
เปิดผลวิจัย "เลเซอร์เสริมยา" รักษาสิว

ปัญหาสุขภาพผิวหนังที่เป็นอมตะนิรันดร์กาลก็คือ "สิว"

สิวเป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญ 4 ประการ คือไขมันมากผิดปกติ การสร้างขี้ไคลขึ้นมามากผิดปกติของเซลล์ท่อต่อมไขมัน การแบ่งตัวเพิ่มขึ้นของเชื้อสิว พี-แอคเนส์ และขบวนการอักเสบต่างๆ ทำให้บวมแดง หรือหากมีการแคะแกะร่องรอยเหล่านั้นทำให้เกิดแผลเป็น การรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวมักไม่เป็นผล แพทย์ส่วนใหญ่มักใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน ทั้งยาทาและยากิน ส่วนในกรณีที่มีการอักเสบในระดับที่รุนแรงจนถึงปานกลางจะให้ยาปฏิชีวนะที่ต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งมีผลข้างเคียงทำให้คนไข้ดื้อยา มีอาการระคายกระเพาะอาหาร ปากแห้ง ลิ้นเป็นฝ้าขาว เพราะตัวยาเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก

ที่อาคารราชเทวีโพลีคลินิก เพลินจิต พ.ญ.แววศิริ สรรพช่าง แพทย์ประจำราชเทวีโพลีคลินิก เปิดผลการวิจัยเรื่อง "การใช้คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ ร่วมกับการใช้ยาในการรักษาสิวอักเสบที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง ดีกว่าการใช้ยาอย่างเดียวหรือไม่" โดยเป็นงานวิจัยหนึ่งใน 3,000 ชิ้นที่ได้รับการคัดเลือกให้นำเสนอในการประชุม American Academy of Dermatology (AAD) ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

พ.ญ.แววศิริกล่าวว่า สิวเป็นปัญหาเรื่องผิวหนังที่พบบ่อยมาก ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และมีผลกระทบด้านจิตใจ ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง ตามองพื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อไปสมัครงานนายจ้างมักเลือกคนที่ไม่เป็นสิวเพราะมองว่าน่าจะฉลาดกว่า

จากผลการวิจัยระหว่างการรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบด้วยการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ร่วมกับการรับประทานยาและทายา เปรียบเทียบกับการรักษาโดยการรับประทานยาและทายาอย่างเดียว เป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยแบ่งคนไข้เป็น 2 กลุ่ม พบว่า จำนวนของเม็ดสิวในกลุ่มที่ใช้เลเซอร์ร่วมกับการใช้ยา สิวลดลงร้อยละ 83.32 ส่วนในกลุ่มที่ใช้ยาอย่างเดียว สิวลดลงร้อยละ 21.42 การใช้เลเซอร์ร่วมด้วยเพื่อเปิดสิวอุดตันและสิวอักเสบให้ระบายสิ่งอุดตันภายในทำให้เห็นผลรวดเร็ว เป็นการหยุดขั้นตอนการเกิดสิว มีโอกาสเป็นแผลเป็นน้อยลง ส่วนผลข้างเคียงคือความรู้สึกเจ็บปวดที่คนไข้ทนได้ และการรักษาสิวช่วยเสริมความมั่นใจในการออกสู่สังคม ในรายที่เป็นรุนแรงจะป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ถึงร้อยละ 80 เมื่อเป็นแผลเป็นแล้วจะใช้เงินรักษามากกว่าการรักษาสิวและผลก็ไม่เหมือนเดิม




>>โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์

Go top
 


 
งานวิจัย CO2 Laser รักษาสิว เป็นที่ยอมรับระดับสากล

ขอแสดงความยินดีกับแพทย์ราชเทวีคลินิก ในโอกาสที่งานวิจัยของแพทย์ประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับการยอมรับในเวทีสากล ซึ่งงานวิจัยนี้ เป็นหนึ่งในจำนวนผลงานวิจัยทั้งหมดกว่า 3,000 เรื่อง

น.พ.สุเทพ จิระสุทัศน์ และ พ.ญ.แววศิริ สรรพช่าง แพทย์ประจำราชเทวีคลินิก ได้ส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมเสนอในการประชุม American Academy of Dermatology (AAD) และได้รับการคัดเลือกให้ไปนำเสนอ ณ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2551

ในงานนี้ พ.ญ.แววศิริ สรรพช่าง นำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาสิวด้วย CO2 เลเซอร์ เรื่อง "Is a combination of ultra pulsed CO2 laser and medication therapy better than medication alone in patients with moderate acne vulgaris?"

นับเป็นความสำเร็จและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่แพทย์ได้รับ ดังปณิธานของ ราชเทวีคลินิก ที่มุ่งมั่นพัฒนาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อให้ได้วิทยาการใหม่ๆ ในการดูแลรักษาปัญหาผิวพรรณ



>>โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์

Go top
 


 
ปริมาณครีมกันแดดกับการป้องกันรังสี

ตามทฤษฎีปริมาณครีมกันแดดที่จะทำให้การป้องกันตาม SPF (Sun Protection Factor) ที่ระบุว่า เราต้องใช้ครีมปริมาณ 2 มิลลิกรัม (มก.) ต่อพื้นที่ผิว 1 ตารางเซนติเมตร (ตร.ซม.) แต่ในทางปฏิบัติโดยทั่วไปพบว่า การใช้ครีมกันแดดจะอยู่ที่ปริมาณ 0.5 มก./ตร.ซม. ซึ่งค่า SPF จะลดลงอย่างมาก

วารสารโรคผิวหนังของอังกฤษ (British Journal of Dermatology) ได้ตีะพิมพ์งานวิจัยของ Annesofie Faurschou ซึ่งทำการศึกษาผลของการใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่แตกต่างกัน พบว่าค่า SPF จะลดลงอย่างน่าใจหาย เช่น หากเราใช้ปริมาณครีมกันแดดที่มี SPF 16 ลดลงจาก 2 มก./ตร.ซม. ตามมาตรฐาน เหลือ 1 ตร.ซม. ค่า SPF จะลดลงเหลือเพียง 4 และถ้าเราใช้เพียง 0.5 มก/ตร.ซม. ค่า SPF ก็จะลดลงเหลือเพียง 2 เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม
SPF เป็นค่าที่บอกถึงความสามารถในการป้องกันรังสี UVB โดยปกติจะแนะนำให้เลือกได้ SPF >= 15 ในกรณีปกติ หรือ SPF >= 30 กรณีที่จะออกแดดปานกลาง

พื้นที่ผิวหน้าของคนไทย
จากการศึกษาเบื้องต้นเราพบว่า พื้นที่ผิวหน้าของคนไทยจะอยู่ระหว่าง 250-270 ตร.ซม. ดังนั้นปริมาณครีมกันแดดที่จะต้องใช้จะเท่ากับ 500-540 มก. หรือ 0.5 กรัม
>>โดย นพ.ชวลิต ช่วงชัยชัชวาล

Go top
 


 
เรื่องของอาหารกับการเกิดสิว

ปัญหาของอาหารที่เกี่ยวของกับการเกิดสิว ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน โดยมีความสงสัยเกี่ยวกับการทานอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงๆ ว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดสิว ดังนั้น นายแพทย์ Robyn N.Smith และคณะแห่งมหาวิทยาลัย RMIT ในออสเตรเลียได้ทำการวิจัย และตีพิมพ์รายงานใน J. Am.Acad Delmatol ฉบับเดือน ส.ค. 2007 โดยแบ่งคนไข้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (LOW GLYCEMIC INDEX) เปรียบเทียบกับอีกกลุ่ม ซึ่งได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยไม่สนใจค่าดัชนีน้ำตาล เป็นเวลา 3 เดือน พบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีค่าดัชนี น้ำตาลต่ำ มีจำนวนสิวลดลงมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้น้ำหนักก็ลดลงมากกว่าด้วย

จากการศึกษานี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งแสดงว่าอาหารอาจจะมีความสัมพันธ์กับการเกิดสิว เนื่องจากในการศึกษายังไม่ได้ควบคุมปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายตัว ซึ่งอาจจะ มีผลกับการหายของสิวข้อมูลเพิ่มเติม

ดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) เป็นค่าการตอบสนองของน้ำตาลในกระแสเลือด ต่อ 1 กรัม ของคาร์โบไฮเดรตในอาหาร เช่น เมื่อรับประทานแครอท ที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม แล้ววัดนำตาลในกระแสเลือดได้ต่ำกว่า เมื่อรับประทานขนมปังที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม แสดงว่าแครอทมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าของขนมปัง
>>โดย นพ.ชวลิต ช่วงชัยชัชวาล

Go top
 


 

Rajdhevee Holistic Clinic Co., Ltd.   888/42 Ploenchit Road, Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330
Tel. 0 2251 5588, 0 2254 5777 ; Fax. 0 2650 9089
Copyright © 2000 Biophile Corporation. All rights reserved.